Back to archive
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับ INFJ ที่เบื่อง่ายและหมดไฟ

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับ INFJ ที่เบื่อง่ายและหมดไฟ

ถ้าคุณกำลังรู้สึกเหมือนวิ่งอยู่กับที่ เหนื่อยแทบตายแต่ก็ไม่ขยับไปข้างหน้า รู้ไว้เลยว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้! ... มาลองหาวิธีเปลี่ยนวันทำงานธรรมดาๆ ให้กลายเป็นการผจญภัยที่มีความหมาย และเรียนรู้วิธีรักษาไฟในใจ INFJ ให้ลุกโชนอยู่เสมอ... โดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสามแก้วต่อวัน!

Jump by section

On this page

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

ช่วงที่ผ่านมา ผมเผชิญกับภาวะหมดไฟในการทำงาน ทุกเช้าผมมักถามตัวเองว่า "ทำไมรู้สึกไม่มีอารมณ์จะทำงานเลยย" การทำงานแบบเดิมๆ ตื่นเช้าเข้าออฟฟิศเปิดคอมวนลูปทุกวันแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกท้อและเบื่อหน่าย

การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นเมื่อผมตัดสินใจจับความคิดอันยุ่งเหยิงนี้ มาเรียงเป็นข้อๆ ให้ง่ายขึ้นต่อการหาคำตอบ แทนที่จะปล่อยให้ความกังวลวนเวียนอยู่ในหัว

นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทความนี้ ที่มาจากการลองผิดลองถูกของตัวเอง อ่านหนังสือบ้าง ค้นหาข้อมูลต่างๆบ้าง เพื่อนำมาแบ่งปันในบทความนี้


สาเหตุที่ผมคิดว่าทำให้ INFJ เบื่อง่าย.

ความต้องการเห็นความหมายในทุกอย่าง

INFJ ต้องการความหมายในสิ่งที่ทำ หากงานดูไม่มีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งหรือไม่มีผลกระทบที่ชัดเจน คุณก็อาจรู้สึกเบื่อได้ง่ายๆ

ติดกับดักวงจรซ้ำซาก

คุณอาจทำงานบางอย่างด้วย "หน้าที่" มากกว่า "ความต้องการ" ของตัวเอง ทำให้อารมณ์ดึงดูดคุณไปสู่สิ่งที่ให้ความรู้สึกใหม่แทน

อารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

INFJ มักจะรู้สึกทุกอย่างเข้มข้นกว่าคนทั่วไป เช่น ความวิตกกังวลหรือความเบื่อหน่าย เราก็เลยเหมือนได้ Upgrade เป็น Premium Version!

คู่มือรับมือฉบับ INFJ ที่กำลังหมดไฟ!

เทคนิคเหล่านี้ไม่จำกัดเฉพาะคนไทป์ INFJ เท่านั้น ใครก็สามารถปรับใช้ได้ครับ สิ่งสำคัญคือ เลือกเฉพาะวิธีที่เหมาะสมกับตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ทั้งหมดหรือบังคับตัวเองจนรู้สึกกดดันเกินไป

ในอดีต ผมเคยอ่านเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากมาย แล้วลองนำทุกอย่างมาใช้พร้อมกัน ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าแทนที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กลับสร้างความกดดันและทำให้รู้สึกเครียดมากขึ้น

หลังจากนั้น ผมได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยเลือกใช้เฉพาะเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ทำให้การทำงานกลายเป็นเรื่องที่มีความสุขและผ่อนคลายขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าการค้นหาวิธีที่ ใช่ สำหรับตัวเรานั้น เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแท้จริงครับ ส่วนจะมีวิธีใดบ้างบทความนี้เรามาดูกันครับ

การเชื่อมโยงงานกับเป้าหมายที่มีความหมาย

  • หากงานดูไม่น่าสนใจ ลองสร้างความหมายขึ้นมา เช่น การมองว่างานนี้เป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่สำคัญในการพัฒนาตัวเอง

  • มองหาคุณค่าในงานประจำ: "งานนี้จะพัฒนาทักษะอะไรให้เราบ้าง?"

  • สร้างความเชื่อมโยงระหว่างงานปัจจุบันกับเป้าหมายระยะยาว

  • ปรับมุมมองให้เห็นว่าทุกงานคือก้าวย่อยสู่ความสำเร็จ

ผสมผสานสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน

  • เปลี่ยนสถานที่ทำงาน เช่น คาเฟ่หรือสวนสาธารณะ เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจ

  • ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ หรือเทคนิคที่ไม่เคยลอง เช่น แอปจัดการเวลา หรือการทำ Bullet Journal

  • จัดเวลาสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ เช่น อ่านบทความหรือเข้าคอร์สสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน

จัดการความคาดหวังแบบ INFJ

  • ยอมรับว่า "งานที่ดีพอ" นั้นดีกว่า "งานที่สมบูรณ์แบบแต่ไม่เสร็จ"

  • ตั้งเป้าหมายย่อยที่สามารถบรรลุได้ง่าย เพื่อสร้างความมั่นใจและแรงจูงใจ

ออกแบบระบบการสร้างแรงจูงใจของคุณ

  • แบ่งงานออกเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น เทคนิค Pomodoro (ทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที) เพื่อหลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้า

  • ตั้งรางวัลเล็ก ๆ ให้ตัวเองเมื่อทำงานเสร็จ เช่น การพักผ่อนหรือการดูหนัง

  • หาเพื่อนร่วมงานที่สามารถเป็น "Accountability Partner" เพื่อช่วยกระตุ้นและติดตามผล

ตั้งเวลาสำหรับ “การสะท้อนตัวเอง” (Reflection Time)

  • INFJ มักมองหาความหมายในทุกสิ่ง การตั้งเวลาวันละ 10-15 นาทีเพื่อสะท้อนถึงความสำเร็จหรือประสบการณ์ในวันนั้น จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและช่วยเรียบเรียงความคิดอันยุ่งเหยิงของเราได้ดีมากๆเลยครับ

  • เครื่องมือ: Apps ต่างๆ เช่น Day One , Notion, หรือสมุดโน้ตก็ได้ครับ

สร้าง Ritual ก่อนเริ่มทำงาน

  • การเริ่มงานด้วยกิจกรรมที่คุ้นเคย เช่น การจิบชากาแฟ ฟังเพลงเบา ๆ จะช่วยส่งสัญญาณให้สมองเตรียมพร้อมทำงาน

ฒนาทักษะการ “ปฏิเสธอย่างสร้างสรรค์”

  • INFJ มักมีปัญหากับการรับภาระเกินตัว การฝึกพูด “ไม่” อย่างสุภาพ เช่น “ตอนนี้ยังไม่สะดวก แต่ฉันยินดีช่วยในโอกาสถัดไป” ช่วยลดภาระและทำให้คุณโฟกัสกับสิ่งสำคัญได้

เรียนรู้จาก “กระบวนการ” แทนที่จะยึดติดกับผลลัพธ์

  • INFJ มักคาดหวังความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบ แต่การเปลี่ยนมุมมองไปที่การเรียนรู้และเพลิดเพลินกับกระบวนการจะช่วยลดแรงกดดัน

สุดท้ายนี้...

การเป็น INFJ ที่กำลังเผชิญกับความเบื่อหน่ายและภาวะหมดไฟไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้และพัฒนาวิธีการทำงานที่เหมาะกับตัวเรา

การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในทันที เริ่มจากการปรับเปลี่ยนเล็กๆ และค่อยๆ พัฒนาจนพบวิธีที่เหมาะกับตัวคุณ ความท้าทายไม่ใช่การหลีกหนีความเบื่อหน่าย แต่คือการเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันอย่างชาญฉลาด

เมื่อเข้าใจตัวเองและมีเครื่องมือที่เหมาะสม คุณจะสามารถกลับมามีแรงจูงใจและทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้นได้

นี่เป็นโพสต์แรกของบล็อกเล็กๆ ของผมเองนะ อาจจะมีอะไรที่ยังไม่เป๊ะ หรือเรียบเรียงแบบงูๆ ปลาๆ อยู่บ้าง แต่เดี๋ยวจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ใครสนใจก็แวะมาติดตามกันได้นะ มีเรื่องราวดีๆ จะมาแชร์ให้อ่านกันตลอด ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ! ✌️

Read next

บทความอื่นที่น่าจะชอบ

ถ้าบทความนี้ยังค้างอยู่ในหัว ลองต่อด้วยอีกชิ้นที่อยู่ในจังหวะใกล้กัน